เนื่องจากตัวเลือกการเรียนพิเศษในปัจจุบันมีมากมายหลายแบบ แต่มันก็ไม่ง่ายนักที่จะค้นหารูปแบบการเรียนที่เหมาะสมสำหรับน้องๆแต่ละคน รามาดูว่าการติวตัวต่อตัวมีข้อดีอะไรบ้าง สถาบันที่มีคุณภาพจะใช้วิธีการพิจารณาปัจจัยหลายๆประการเพื่อหาผู้สอนที่เหมาะสมสำหรับน้องๆแต่ละคน (ย้ำว่าแต่ละคนนะครับ เพราะว่านักเรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกันหลายๆประการ) ซึ่งการติวตัวต่อตัวนั้นพี่คิดว่าเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับน้องๆที่ต้องการความใส่ใจเพิ่มขึ้นมาอีก

รูปแบบการเรียนเป็นห้องใหญ่นั้น ผู้สอนจะต้องเตรียมการสอน (เอกสาร, ระดับความยากง่าย, และความเร็วในการสอน)ให้เหมาะสมสำหรับนักเรียนส่วนใหญ่ และส่วนใหญ่เนื่องจากเวลามีจำกัด ผู้สอนไม่มีเวลามาอธิบายรายละเอียดปลีกย่อย ถ้านักเรียนคนไหนเรียนไม่เข้าใจ ก็อาจจะไม่กล้าถาม (ก็มันอายเพื่อนหนิ) หรือไม่อยากถามเพราะเกรงใจเพื่อนไม่อยากให้เพื่อนๆเสียเวลา

ถ้าเราเรียนในห้องแล้วไม่เข้าใจก็จะเป็นปัญหาที่ต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เนื่องจากกว่าการเรียนในห้องเรียนจะเรียงลำดับเป็นขั้นตอน ยกตัวอย่างวิชาคณิตศาสตร์ วันจันทร์เรียนเนื้อหา วันพุธและศุกร์ทำโจทย์ ถ้าเราไม่เข้าใจเนื้อหาที่เรียนของวันจันทร์ แล้ววันที่ทำโจทย์ก็คงตามเพื่อนๆไม่ทันแล้วก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนจบเทอม

การติวตัวต่อตัวเป็นตัวเลือกที่ดีอันหนึ่งที่สามารถช่วยเหลือน้องๆที่เรียนไม่ทันได้  การติวตัวต่อตัวจะค่อยๆสอนโดยยึดตัวนักเรียนเป็นหลัก ถ้าเรื่องหรือบทไหนเข้าใจแล้วก็จะไปเร็ว แต่ถ้าตรงไหนน้องๆไปช้าผู้สอนก็จะค่อยๆอธิบายให้จนกว่าจะเข้าใจ อีกอย่างคือผู้สอนจะปรับเอกสารการสอนให้เหมาะสมกับน้องๆแต่ละคน ตรงไหนไม่ค่อยเข้าใจก็จะเพิ่มชีทหรือโจทย์ตรงส่วนนั้นให้มากหน่อย เมื่อเรียนจบแล้ว ทำให้น้องๆสามารถนำเอาความรู้ที่ได้ไปใช้ในการเรียนที่โรงเรียนได้ ซึ่งเป็นส่วนที่พี่เห็นว่าสำคัญที่สุด

อีกประการหนึ่งคือการติวตัวต่อตัวนั้น ถ้าบทไหนหรือเรื่องไหนเราเข้าใจหรือทำโจทย์ได้อยู่แล้ว ผู้สอนก็จะข้ามบทนั้นหรือเพียงแค่ทบทวนให้นิดหน่อย ซึ่งจะสามารถทำให้น้องๆไม่เสียเวลาเรียนซ้ำในเรื่องที่เข้าใจอยู่แล้ว การติวตัวต่อตัวนั้นพี่อยากให้น้องๆมองว่าเป็นเพียงตัวเลือกหนึ่ง ไม่ใช่ทุกคนจะต้องเรียนและไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะสำหรับทุกคน สิ่งที่สำคัญที่สุดที่พี่อยากเน้นคือเราต้องหารูปแบบการเรียนที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุดบวกกับความตั้งใจ แล้วน้องๆก็จะประสบความสำเร็จในการเรียนและการสอบเข้าครับ